3.1

ประโยชน์และสรรพคุณของว่านหางจระเข้

ประโยชน์มากมายเหลือหลาย เมื่อพูดถึงว่านหางจระเข้ ไม่ว่าจะเป็นแก้แผลไฟไหม้พุพอง ลบรอยแผลเป็น บำรุงผิวให้สดใสเปล่งปลั่ง เป็นส่วนผสมของครีมบำรุงผิว ยาสระผม หรือแม้แต่แปรรูปเป็นเครื่องดื่มว่านหางจระเข้ ก็แสนอร่อย ถูกอกถูกใจผู้คนโดยทั่วไป ด้วยสรรพคุณที่โดดเด่นจึงทำให้ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรไทยที่ได้การยอมรับและถูกเลือกใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายเหลือคณานับ ลองมาดูกันสิว่า มีประโยชน์และมากด้วยสรรพคุณอะไรบ้าง

ลักษณะโดยทั่วไป

ว่านหางจระเข้ (Aloe vera) แหล่งกำเนิดดั้งเดิมอยู่ที่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และบริเวณตอนใต้ของทวีปแอฟริกา ว่านหางจระเข้เป็นพืชที่มีลักษณะเนื้ออิ่มอวบ มีมากกว่า 300 ชนิด มีทั้งพันธุ์ขนาดใหญ่มากไปจนถึงเล็กมาก เล็กกว่า 10 เซนติเมตร มีใบแหลมคล้ายเข็ม สีเขียว ขอบใบหยักและมีฟันเล็กๆ สีขาว เนื้อหนา เนื้อในมีน้ำมากเมือกเหนียว ดอกมีทั้งสีเหลือง ขาว แดง เป็นต้น ขึ้นอยู่กับพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการใช้หน่ออ่อน ชอบดินทราย ปลูกได้ทั้งในแปลงและกระถาง ชอบแดดรำไร หากถูกแดดจัดใบจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง มีการนำไปปลูกทั่วโลกและเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นอื่นๆ เช่น ว่านไฟไหม้(เหนือ) หางตะเข้(กลาง) เป็นต้น

3.2

สรรพคุณของใบว่านหางจระเข้

ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน แก้อาการปวดศีรษะ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยป้องกันและลดการเกิดแผลในกระเพาะขณะท้องว่าง รักษาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารต่างๆ ช่วยแก้กระเพาะและลำไส้อักเสบ ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ช่วยรักษาอาการท้องผูก รักษาริดสีดวงทวาร ขับน้ำคาวปลา บรรเทาและแก้อาการปวดตามข้อ รักษาฝี รักษาแผลสด แผลจากของมีคม แผลที่ริมฝีปาก แก้ฝี แก้ตะมอย รักษาแผลถลอก(จากการถูกครูด)

รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ช่วยดับพิษร้อนบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนจากแผล ช่วยขจัดรอยแผลเป็น ทำให้แผลเป็นจางลง ป้องกันการเกิดแผลเป็น รักษาตาปลาและฮ่องกฟุต ปกป้องผิวจากแสงแดด รักษาอาการผิวหนังไหม้จากแสงแดดหรือไหม้เกรียมจากการฉายรังสี หรือแผลเรื้อรังจากการฉายรังสี ช่วยรักษาโรคเรื้อนกวาง (โรคสะเก็ดเงิน) ลดการตกสะเก็ดและลดอาการคันของโรคเรื้อนกวาง ทำให้แผลดูดีขึ้น

3.3

ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยชะลอความแก่ชราและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ ช่วยย่อยอาหาร ทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ ช่วยดีท๊อกซ์ล้างสารพิษในร่างกาย ช่วยในการทำงานของระบบกระเพาะอาหาร ลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ ช่วยลดระดับคอลเลสเตอรอล ช่วยควบคุมความดันโลหิตและเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต แก้อาการเมารถเมาเรือ ลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง

บำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม ดูชุ่มชื้น แก้ปัญหาผิวแห้งกร้านตามหัวเข่า ข้อศอกหรือส้นเท้าได้ ยับยั้งการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุการเกิดสิว ช่วยลดรอยดำจากสิว ช่วยลดความมันบนใบหน้า (แต่ไม่แนะนำให้ใช้กับสิวอักเสบเพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้) ช่วยรักษาจุดด่างดำตามผิวหนังอันเนื่องมาจากแสงแดดและอายุที่มากขึ้น ช่วยป้องกันการเกิดฝ้า

สรรพคุณของราก/เหง้า

ช่วยแก้หนองใน แก้มุตกิดหรือระดูขาวของสตรี

3.4

วิธีการนำไปใช้

1.ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน : รับประทานเนื้อวุ้น หรือทำเป็นน้ำปั่นว่านหางจระเข้ดื่ม จะช่วยบรรเทาอาการและป้องกันได้

2.แก้อาการปวดศีรษะ : ตัดใบสดแล้วทาปูนแดงด้านหนึ่ง แล้วเอาด้านที่ทาปูนปิดตรงขมับ จะบรรเทาอาการได้

3.ช่วยแก้กระเพาะและลำไส้อักเสบ : นำใบมาปลอกเปลือกเอาแต่วุ้น นำมารับประทานวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ

4.ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย : เนื่องจากที่เปลือกของว่านหางจระเข้มีน้ำยางสีเหลืองที่มีสารแปนทราควิโนน (Anthraquinone) มีฤทธิ์เป็นยาระบาย เมื่อนำน้ำยางไปเคี่ยวให้น้ำระเหยออกแล้วทิ้งไว้ให้เย็นจะได้สารสีน้ำตาลเกือบดำ เรียกว่า “ยาดำ” ที่เป็นตัวยาสำคัญในตำรับยาแผนโบราณที่เป็นยาระบาย

5.ช่วยรักษาอาการท้องผูก : กรีดเอายาจากว่านหางจระเข้มาเคี่ยวให้งวด ท้องไว้ให้เย็น จะได้ก้อนยาสีดำ (ยาดำ) ตักมาใช้ประมาณช้อนชา เติมน้ำเดือด 1 ถ้วย แล้วคนจนละลาย ผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 2 ช้อนชา ก่อนนอน เด็กรับประทานครั้งละ 1 ช้อนชาก่อนนอน

6.รักษาริดสีดวงทวาร : ใช้เนื้อวุ้นจากใบเหลาให้เป็นปลายแหลมเล็กน้อย นำไปแช่ตู้เย็น หรือน้ำแข็งจนเนื้อแข็ง แล้วนำไปเหน็บช่องทวารหนัก ทำเป็นประจำวันละ 1-2 ครั้งจนกว่าจะหาย

7.ช่วยขับน้ำคาวปลา : ใช้ทั้งต้นของว่านหางจระเข้นำมาดองกับเหล้าแล้วนำมาดื่ม

8.บรรเทาและแก้อาการปวดตามข้อ : รับประทานเนื้อวุ้นครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้งเป็นประจำ จะช่วยให้อาการปวดดีขึ้น

3.5

9.รักษาฝี : นำใบมาตำผสมกับเหล้าใช้พอกบริเวณที่เป็น

10.ช่วยรักษาแผลสด แผลจากของมีคม แผลที่ริมฝีปาก แก้ฝี แก้ตะมอย : ใช้วุ้นจากใบนำมาแปะบริเวณแผลให้มิดชิด ใช้ผ้าปิด และหยดน้ำเมือกใส่ให้ชุ่มอยู่เสมอ หรือเตรียมเป็นขี้ผึ้งทาบริเวณที่เป็น

11.รักษาแผลถลอกจากการถูกครูด : ใช้วุ้นว่านหางจระเข้นำมาทาแผลเบาๆ ทาบ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ จะช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น และทำให้ไม่เจ็บแผลมาก

12.รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ช่วยดับพิษร้อนบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนจากแผล : ใช้วุ้นสดๆ ที่ล้างน้ำสะอาดแล้วฝานบางๆ นำมาทาหรือแปะไว้บริเวณแผลตลอดเวลา จะช่วยทำให้แผลหายเร็วมากขึ้นและอาจไม่เกิดรอยแผลเป็นด้วย

13.รักษาตาปลาและฮ่องกฟุต : ใช้วุ้นจากใบนำไปล้างให้สะอาดแล้วนำมาปิดไว้บริเวณที่เป็นและเปลี่ยนบ่อยๆ จนกว่าจะดีขึ้น

14.ปกป้องผิวจากแสงแดด : โดยใช้วุ้นจากใบทาก่อนออกแดด หรือใช้ใบสดก็ได้ แต่อาจทำให้ผิวแห้งเพราะมีฤทธิ์ฝาดสมาน ถ้าต้องการลดผิวแห้งอาจจะใช้ร่วมกับน้ำมันพืชหรืออาจเตรียมเป็นโลชั่น

15.รักษาอาการผิวหนังไหม้จากแสงแดดหรือไหม้เกรียมจากการฉายรังสี หรือแผลเรื้อรังจากการฉายรังสี : นำวุ้นของว่านหางจระเข้มาทาผิวบ่อยๆ ก็จะช่วยลดอาการอักเสบได้ แต่ต้องระวังผิวจะแห้งในเวลาต่อมาอาจผสมน้ำมันพืชหรือทำให้ผิวชุ่มอยู่ตลอดเวลา

16.แก้อาการเมารถเมาเรือ : รับประทานเนื้อวุ้นหรือน้ำว่านหางจระเข้เย็นๆ จะช่วยบรรเทาอาการได้

17.ลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง : ใช้วุ้นทาเป็นประจำวันละ 2-4 ครั้ง

3.6

18.บำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม ดูชุ่มชื้น แก้ปัญหาผิวแห้งกร้านตามหัวเข่า ข้อศอกหรือส้นเท้าได้ : ใช้วุ้นแช่ในอ่างอาบน้ำและใช้วุ้นถูตัวในระหว่างอาบน้ำ

19.ป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย : นำวุ้นพอกไว้ทั่วใบหน้าหรือบริเวณผิวที่ต้องการ ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก

20.ช่วยรักษาจุดด่างดำตามผิวหนังอันเนื่องมาจากแสงแดดและอายุที่มากขึ้น และป้องกันการเกิดฝ้า : ใช้วุ้นจากใบสดทาผิววันละ 2 ครั้งหลังอาบน้ำ และทำต่อเนื่องจนกว่าจะเห็นผล

ว้าว..ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าสมุนไพรว่านหางจระเข้นั้นจะมีประโยชน์และมากด้วยสรรพคุณถึงเพียงนี้ ใครที่มีอาการเจ็บป่วยต่างๆ อย่าลืมนำไปใช้กันล่ะ

 

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้