Tag Archives: โรคและการป้องกัน

กินให้เป็นเมื่อเป็นโรคตับแข็ง

1.1-health

ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีหน้าที่ทำลายสารพิษ ขับของเสียออกจากเลือด เปรียบเสมือนโรงงานใหญ่ที่คอยจัดการสารอาหารต่างๆ ที่คนเรากินเข้าไป กลับมาเผาผลาญที่ตับ เพื่อขับเป็นของเสียออกจากร่างกาย และยังสร้างโปรตีนช่วยไม่ให้เลือดแข็งตัว แต่หากเกิดการสูญเสียโครงสร้างของตับ ทำให้เกิดโรคตับแข็งตับที่เคยนุ่ม ๆจะค่อยๆ แข็ง จนกลายเป็นตับแข็ง เป็นพังผืดลักษณะคล้ายแผล ทำให้เลือดไปเลี้ยงตับได้น้อยลง เหตุเพราะเซลล์ตับถูกทำลาย โดยเฉพาะผู้ที่ชอบดื่มสุรามืนเมาเป็นเวลานาน แอลกอฮอล์ในเหล้าที่ดื่มเข้าไปมากๆ จะทำให้เกิดการผิดปกติในการใช้โปรตีน ไขมันและคาร์โบไฮเดรตในตับ จนเกิดภาวะตับอักเสบ และเรื้อรังจนกลายเป็นโรคตับแข็ง ซึ่งอีกสาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี จากการใช้ยาพวกพาราเซตามอล และยาปฎิชีวนะเตตราไซคลีน และยารักษาวัณโรคบางชนิด ซึ่งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจนเป็นโรคตับแข็งได้ ซึ่งอาการเริ่มแรกนั้น ไม่ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ชัดเจน จะรู้สึกท้องอึด ท้องเฟ้อ คล้ายอาหารไม่ย่อย เหนื่อยและเพียง คลื่นไส้อาเจียนเท่านั้น บางรายเนื้อตัวนัยน์ตาเหลือง เพราะตับไม่สามารถขับน้ำดีได้ หากสะสมจนหลายปี เช่นดื่มเหล้าจัดๆ จะทำให้มีอาการท้องมาน เท้าบวม เพราะตับไม่สามารถสร้างโปรตีนอัลบูมิน  ซึ่งเป็นตัวควบคุมความดันน้ำในหลอดเลือด จึงเกิดพังผืดดึงรั้งในตับได้ ซึ่งการรักษาโรคตับแข็งนี้ ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ เพราะเซลล์ตับถูกทำลายไปแล้ว เพียงแต่ชะลอการทำลายตับ ยืดอายุหรือรักษาตับส่วนที่เหลือให้มีชีวิตต่อไปให้ยาวนานขึ้นแค่นั้น ซึ่งควรดูแลตับส่วนที่เหลือให้ดีๆ ไม่ปล่อยให้เป็นท้องมาน หรืออาเจียนเป็นเลือด เพราะจะทำให้มีชีวิตสั้นลงได้ โดยวิธีที่รักษาดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยตับแข็งหรือผู้ที่ไม่อยากเป็นโรคนี้ คือเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะโดยทั่วไปแล้วคนที่เป็นโรคนี้มักจะขาดโปรตีนและพลังงาน จึงทำให้ร่างกายผอมแห้ง มีกล้ามเนื้อน้อย เนื่องจากตับถูกทำลายไป เวลากินอะไรเข้าไปแล้วไม่ถูกเผาผลาญ ...

Read More »

รู้จัก “อหิวาตกโรค” โรคโบราณที่(เคย)น่ากลัวไม่น้อย

3.1-health (Custom)

อหิวตกโรค หรือที่คนโบราณรู้จักันดีว่า โรคห่า หรือโรคลงราก เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่แพร่ระบาดอย่างเร็วมาก เกิดจากเจ้าเชื้อโรคที่ชื่อว่า วิบริโอ โคเลอรี ทำให้เกิดการอักเสบของลำไส้เล็ก และทำให้เกิดท้องเสียตามมา และอาจเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงอีกด้วย พบว่าเกิดได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งอาจพบเชื้ออหิวาตกโรคนี้ได้ทั้งในอาหารทะเล พวกหอยในแพลงตอน และสาหร่าย รวมถึงอุจจาระของผู้ป่วย หากมีการปนเปื้อนในอาหาร หรือน้ำดื่ม เมื่อกินหรือปนเปื้อนเขาไปจะทำให้ติดเชื้อโรคได้ง่าย โดยผู้ที่ได้รับเชื้อภายใน 2-3 วัน จะอยู่ในระยะฟักตัวของโรค หลังจากนั้นจะเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้เกิดท้องเสียเฉียบพลัน ถ่ายเป็นน้ำ หรือมีเศษอุจจาระปนเล็กน้อย อุจจาระจะมีสีขาวเหมือนน้ำซาวขาว แต่มีกลิ่นคาวปลา ผู้ป่วยอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนหรือมีไข้ร่วมได้ บางรายจะปวดท้องแบบปวดบิด การหายน้ำ ปากคอแห้ง ผวิหนังแห้ ดวงตาคล้ำ ปัสสาวะน้อยและมีสีเข้มมาก ซึ่งหากเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจอุจจาระว่ามีการเพาะเชื้อหรือไม่ หลังจากนั้นหากพบเชื้อจะให้ยาเกลือแร่ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ และใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อช่วยให้โรคหายเร็วขึ้น และช่วยฆ่าเชื้อในอุจจาระเพื่อลดโอกาสการระบาดติดต่อไปสู่ผู้อื่น ซึ่งอาจแบ่งอาการของโรคเป็น 3 ระยะคือ 1.ระยะท้องเดิน อุจจาระระยะแรกมีเศษอาหาร ต่อมากลายเป็นน้ำซาวข้าวมีกลิ่นคาว ผู้ป่วยจะอาเจียน และมีอาการอ่อนเพลียเนื่องจากขาดน้ำและแร่ธาตุ 2.ระยะรุนแรก หากไม่ได้รับการรักษาภายใน 2-12 ชั่วโมงอาจทำให้ช็อคได้ โดยจะรู้สึกหิวน้ำ เป็นตะตริว เสียงแห้ง ชีพจรความดันโลหิจจะต่ำลง ผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิตในระยะนี้ได้ 3.หากได้รับการรักษาอาการทุเลาลง ...

Read More »

รู้เท่าทัน โรคเบาหวาน

o3

  โรคเบาหวาน ถือเป็นโรคเรื้อรังยอดฮิต 1 ใน 10ที่มีคนไทยป่วยเป็นโรคนี้กันมาก แถมยังพบได้ในทุกช่วงวัยไม่ว่าจะวัยรุ่น วัยกลางคนก็มีสิทธิเป็นโรคนี้ได้ สาเหตุหลักๆ ของผู้ป่วยโรคนี้เกิดจากการทำงานของ ฮอร์โมนอินซูลินในร่างกายทำงานผิดปกติทำให้เสียความสมดุลในการใช้น้ำตาลในเลือด จึงเกิดน้ำตาลในกระแสเลือดสูง เพราะตามปกติแล้วร่างกายมนุษย์เราๆนั้น เมื่อรับประทานอาหารเข้าไปส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดเพื่อใช้เป็นพลังงาน เสริมสร้างร่างกาย เจ้าเซลล์ตัวอ่อนที่ชื่อเบต้าเซลล์จะเป็นตัวสร้างอินซูลิน เพื่อนำน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์ เพื่อเผาผลาญพลังงานในการใช้ชีวิต แต่โรคเบาหวานนี้ เป็นภาวะที่น้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เพราะขาดฮอร์โมนอินซูลินทำให้น้ำตาลในเลือดสูง เมื่อขาดอินซูลินทำให้ร่างกายใช้น้ำตาลไม่ได้ จึงทำร่างกายทำงานผิดปกติ จนเกิดภาวะแทรกซ้อน ต่างๆขึ้นได้ คล้ายๆ กับระบบปั้มน้ำ สมมุติน้ำในระบบคือเลือด แต่ปั๊มน้ำดันทำงานผิดปกติ เพราะมีน้ำตาลในเลือดมาก (คล้าย ๆ มีน้ำตาลในน้ำมากไปจึงทำให้ข้นหนืดขึ้น)  ทำให้ปั้มน้ำทำงานหนัก ท่อน้ำ หรือหลอดเลือดต้องรับแรงดันเยอะ จึงทำให้ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานเกิดโรคแทรกซ้อนกับอวัยวะต่างๆ ได้ง่าย เพราะร่างกายทรุดทำงานได้ไม่เต็มที่ หรืออวัยวะบางอย่างทำงานจนเกินไปทำให้ล้า โรคแทรกซ้อนจึงมาบุกทำลายอวัยวะนั้น ๆ ได้ง่าย ซึ่งประเภทของเบาหวานจะมี 2 ชนิด 1.โรคเบาหวานที่เกิดจากร่างกายทำลายเซลล์ มีการสร้างอินซูลินได้น้อย เป็นโรคภูมิต้านทานตัวเอง หรือออโตอิมมูน ผู้ป่วยจำพวกนี้ต้องฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือดตลอดไป ถ้ารุ่นแรงมาก จะทำให้เกิดการคั่งของสารคีโตน ทำให้มีผลกระทบต่อระบบประสาทและหมดสติจนถึงแก่ชีวิตได้ 2.โรคเบาหวาน ที่พบกันส่วนใหญ่ เช่นพันธุกรรม น้ำหนักเกิน ขาดการออกกำลังกาย เซลล์ของผู้ป่วยยังคงมีการสร้างอินซูลินแต่ทำงานไม่เป็นปกติ เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้เซลล์สร้างอินซูลินถูกทำลาย ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคแทรกซ้อนได้ง่าย ...

Read More »