Tag Archives: ผู้ป่วย

คอตีบ โรคติดต่อภัยร้ายที่ควรระวัง

4.1-Sore-Throat-Remedies

คุณเคยมีอาการเจ็บคอ คออักเสบ จากต่อมทอนซิลหรือเปล่า อย่าชะล่าใจคิดว่าเป็นโรคไข้หวัดเฉยๆ นะคะ เพราะหากพบว่ามีฝ้าสีขาวด้วยแล้วอาจเป็นโรคคอตีบก็เป็นได้ ซึ่งโรคคอตีบนี้หรือที่รู้จักแบบอินเตอร์ว่า ดิพทีเรีย Diphtheriae เป็นโรคที่ติดเชื้อแบบเฉียบพลัน ตรงระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเจ้าแบททีเรียที่แพร่เชื้อนี้มีชื่อว่า โครินแบคทีเรียม ดิจทีเรีย มันสามารถติดต่อได้ทางเสมหะ น้ำมูก หรือน้ำเลย เพียงแค่ไอ จาม หรือใช้ภาขนะข้าวของเครื่องใช้ร่วมกับผู้ป่วย ก็สามารถติดเชื้อนี้ได้แล้ว โดยกลุ่มที่พบว่าเป็นกลุ่มเสียงและเป็นกันมาก คือเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี แต่ยังไม่พบกับเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนนะคะ เพราะเด็กในช่วงนี้ยังได้ภูมิคุ้มกันจากนมแม่อยู่ และจะพบมากอีกในช่วงอายุมากกว่า 15 ปีจนถึงวัยผู้ใหญ่เลยค่ะ เพราะอาจไม่ได้ฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันก็อาจเป็นได้ ซึ่งอาการหลังจากที่ได้รับเชื้อนั้นจะมีไข้สูงมาก ทะลุ 39 องศาเลยทีเดียว แถมยังมีอาการหนาวสั่น รู้สึกเหมือนจะเป็นหวัด เจ็บคอ ไอเสียงแหบ กลืนน้ำลายลำบาก แต่หากมองไปที่ผนังด้นหลังในช่องปาก จะพบแผ่นสีเหลืองปนเทา ดูคล้ายเศษผ้าสกปรกอยู่บนทอนซิล คอหอย กล่องเสียง ลิ้นไก่ ถ้าเขี่ยแรงๆ แผ่นเยื่อนั้นอาจหลุดแต่จะมีเลือดออกมาด้วย อย่างไรก็ตามยังพบว่า ในรายที่มีอาการรุนแรงนั้นจะทำให้หายใจไม่ออก เพราะเกิดการอุดตันทางเดินหายใจทำให้เสียชีวิตได้ และเชื้อโรคยังแพร่กระจายไปสู่กระแสเลือด กล้ามเนื้อหัวใจ และอาจเกิดโรคแทรกซ้อนเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ประสาทอักเสบ และเป็นโรคอัมพาตจากพิษทางประสาทจนเสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงต้องเข้ารับการวินิจฉัยโรคจากแพทย์ ถ้ามีอาการไอ ...

Read More »

การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคไต

1.1-gym

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์กับร่างกายเป็นอย่างยิ่ง แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไตนั้นต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ จะโลดโผนหรือหักโหมเกินไปคงไม่ได้ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายและกระทบกระเทือนต่อการทำงานของไตได้ค่ะซึ่งก่อนที่จะออกกำลังกายทุกครั้งควรทำให้ร่างกายได้คลายกล้ามเนื้อและมีความยืดหยุ่น โดยต้องทำการ Warm up ร่างกายเสียก่อน เพียงใช้เวลาในการอบอุ่นร่างกาย อย่างน้อย 5-10 นาทีก่อนทำการออกกำลังกายทุกครั้ง หลังจากนั้นจึงค่อยทำการยืดกล้ามเนื้อให้ได้ประมาณ 5 นาที แล้วจึงค่อยต่อด้วยการออกกำลังกายต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นเดินเร็วๆ ปั่นจักรยานรอบสนาม หรือจ๊อกกิ้งเบาๆ อย่างน้อย 5-30 นาที เพื่อให้เลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดี และทำให้ร่างกายส่วนต่างๆ เกิดความแข็งแรงยิ่งขึ้นค่ะ โดยในการออกกำลังกายแต่ละครั้ง ผู้ป่วยไม่ควรหักโหมหากมีอาการเหนื่อยหอบควรหยุดพัก และหากเป็นไปได้ควรปรึกษาแพทย์ในการออกกำลังกายทุกครั้ง เพื่อที่แพทย์จะได้แนะนำได้ถูกวิธีว่าควรออกกำลังกายชนิดไหนได้บ้าง และควรออกกำลังกายในระยะเวลาเท่าไร รวมถึงความถี่ของการออกกำลังกายด้วยค่ะ และหากเป็นไปได้ ไม่ควรออกกำลังกายในช่วงอากาศร้อน และไม่ควรออกกำลังกายตอนทานอาหารเสร็จใหม่ๆ จะทำให้เกิดอาการจุด เสียดแน่นท้อง และอาจทำให้เกิดโรคไส้ติ่ง เพราะอาหารไปอุดตันได้ หรือจะลองฝึกท่าเบาๆ อย่างโยคะก็ไม่เสียหาย เพราะนอกจากจะช่วยกระตุ้นการทำงานของไตแล้วยังช่วยลดปัญหาเรื่องปัสสาวะกระปิดกระปอย และการปวดประจำเดือนได้ค่ะ ซึ่งมีท่าออกกำลังกายง่ายๆ ดังนี้ – ท่าอรรภมัสเยนทรา ลองนั่งเหยียดเท้าซ้ายไปข้างหน้า และชันเข่าขวาคล่อมไปทางขาซ้าย จากนั้นกดเข่าขวาด้วยมือซ้ายให้ชิดกับหน้าอก และหายใจเขา จากนั้นต่อมาให้หายใจออก พร้อมกับบิดตัวไปทางขวาให้มือขวาวางอยู่บนด้านหลังและหันหนาเอียงมามองทางไหล่ขวา  –ท่าปัจจิโมตาสนะ ท่านี้ให้ทำการเหยียดขาออก 2 ข้าง จากนั้นหายใจเข้าและเหียดตัวขึ้น ทำการหายใจออกพร้อมกับก้มตัวลง – ...

Read More »