2.1-health (Custom)

ไข้กระต่ายโรคจากสัตว์แพร่สู่คนที่ควรรู้

โรคทูลารีเมีย หรือโรคไข้กระต่าย (Rabbit Fever) เป็นโรคติดต่อจากสัตว์ถึงคน ที่มีอันตรายสูงโรคหนึ่ง เนื่องจากสามารถติดต่อทางละอองฝอยได้ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า บาซิลลัส ฟรานซิสเซลล่า ทูลาเรนซีส  โรคนี้จัดเป็นโรคประจำถิ่นของทวีปอเมริกาเหนือ บางส่วนของทวีปยุโรป และบางส่วนของทวีปเอเชีย ซึ่งในประเทศ สหรัฐอเมริกาพบว่าตั้งแต่ปีพ.ศ. 2545 จนถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้กระต่ายนี้มากกว่า 200 ราย   โรคนี้พบครั้งแรกในปี ค.ศ.1911 ที่เมือง Tulare รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นพบในอีกหลายประเทศ เช่นรัสเซีย จีน  ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ  และยุโรปตะวันออก  ถึงแม้จะมีรายงานผู้ป่วยในอเมริกาแต่ก็มีจำนวนน้อย อัตราป่วยต่ำกว่า 1 คนต่อประชากรล้านคน

โรคไข้กระต่ายนี้เกิดจากสัตว์และแมลงนำโรค พบกว่าเกิดจากสัตว์ป่าที่เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 100 ชนิด รวมทั้ง สัตว์ฟันแทะ เช่น กระต่าย หนู กระรอก กวาง และสามารถติดต่อมายังสัตว์เลี้ยงจำพวกวัว ควาย แกะ และแมว ได้ โดยมีเหลือบ เห็บ หมัด หรือยุง เป็นแมลงนำโรค โดยโรคไข้กระต่ายนี้ติดต่อมายังคนโดยแมลงพาหะที่กัดเลือดสัตว์ที่ติดเชื้อมากัดคน หรือติดโดยตรงจากการสัมผัสกับเลือด สารคัดหลั่งของสัตว์ที่ป่วยด้วยโรคนี้ เข้าทางบาดแผล เยือเมือก หรือรอยถลอก ขีดข่วน หรือถูกสัตว์ป่วยกัดโดยตรง การหายใจ หรือกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อโรคปนอยู่ก็สามารถทำให้ติดเชื้อได้ ไม่มีรายงานการติดต่อระหว่างคนสู่คน มีระยะฟักตัวของโรค 1-14 วัน แต่ทั่วๆ ไปประมาณ 3-5 วัน

2.2-animalcute-44 (Custom)

อาการในคน มี 2 รูปแบบขึ้นอยู่ช่องทางที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย คือทางผิวหนัง และทางการหายใจ หากเชื้อเข้าทางผิวหนังจะเกิดบาดแผล ต่อมน้ำเหลืองบวมโตตรงที่รับเชื้อหากเชื้อเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจผู้ติดเชื้อจะเป็นไข้แบบไทฟอยด์ คือมีไข้ หนาวสั่น โลหิตเป็นพิษ ปวดศีรษะ ท้องเสีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ไอแห้งๆ และอ่อนเพลีย หากผู้ป่วยมีอาการปอดบวมร่วมด้วยจะเจ็บหน้าอก มีเสมหะเป็นเลือด อึดอัด หายใจไม่สะดวก จนอาจหยุดหายใจ ลักษณะปอดบวมจากการตรวจทางรังสีทรวงอก อัตราตายของโรคแบบไข้กระต่ายนี้ ประมาณร้อยละ 35 ซึ่งถือว่าสูงมาก

การรักษา โดยการใช้ยาปฏิชีวนะจำพวกสเตร็พโตไมซิน ฉีดเข้ากล้ามเนื้อในปริมาณ 30 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรืออาจใช้ยาเจนตาไมซิน ปริมาณ 3-5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ติดต่อกัน 10-14 วัน ยาเตตระไซคลีน และครอแรมเฟนิคอลก็ใช้ได้ผลเช่นเดียวกัน แต่ผู้ติดเชื้อมักมีอาการไข้กลับค่อนข้างสูง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของผู้ที่ติดเชื้อโรคนี้ด้วยว่ามีความแข็งแรงมากขนาดไหน ทางที่ดีที่สุดจึงควรหลีกเลี่ยงกับการสัมผัสกับบาดแผลและสารคัดหลั่งของสัตว์เลี้ยงต่างๆ จะเป็นการดีที่สุด

 

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้