2.1-health

โรคอัลไซเมอร์ รู้จักไว้เนิ่นๆ ป้องกันได้

อาการหลงๆ ลืมๆ จำไม่อะไรไม่ค่อยได้หรือที่รู้จักกันดีว่า อัลไซเมอร์ เป็นโรคสมองเสื่อมซึ่งพบได้บ่อยในวัยสูงอายุ เป็นแล้วไม่มีวันหายเพราะเซลล์สมองเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ผู้ป่วยจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่สามารถแยกถูกผิด การควบคุมตัวเอง และมีปัญหาในเรื่องการ ใช้ภาษา การประสานงานของกล้ามเนื้อเสียไป ความจำเสื่อม ในระยะท้ายของโรคจะสูญเสียความจำทั้งหมด อัลไซเมอร์ พบมากในกลุ่มผู้สูงวัย และกลุ่มผู้ป่วยโรคนี้มีมากกว่า 30 ล้านคนทั่วโลก พบผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้ในทุกเชื้อชาติ แต่พบว่าผู้หญิงเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย

2.2-control-stress

ผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นอัลไซเมอร์บางท่าน อาจจะมีอาการซึมเศร้า วิตก กระสับกระส่าย หากอาการเป็นมากขึ้น บางท่านอาจมีอาการโมโหหงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย มีความจำเสื่อมหรือ หลงลืม เรื่องที่ลืมก็จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ลืมปิดเตารีด ลืมกินยา หรือใครมาพบวันนี้ ก็ลืมชื่อคน ลืมของ หาของใช้ส่วนตัวไม่พบ ชอบพูดซ้ำ ถามคำถามซ้ำ เพราะจำคำตอบไม่ได้ มีปัญหาเรื่องการพูดและการใช้ภาษา คือจะคิดคำศัพท์บางคำไม่ออก มักจะใช้คำใกล้เคียงแทน  แม้ว่าโรคอัลไซเมอร์จะรักษาไม่หาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีแนวทางป้องกัน ซึ่งมีรายงานจากต่างประเทศอ้างว่า การออกกำลังกายเป็นประจำสามารถช่วยชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้

ทั้งยังช่วยเพิ่มความสามารถในการเผาผลาญออกซิเจนให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย ทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวย ชะลอความแก่ชราได้ หากเปรียบเทียบกับคนที่ไม่ชอบออกกำลังกาย  ที่สำคัญในการขับรถ เมื่อวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ห้ามขับรถเด็ดขาด  เมื่อพบว่าเป็นโรคนี้ควรพยายามให้ผู้ป่วยออกกำลังกาย เช่นเดินครั้งละ 30 นาทีวันละ 3 ครั้ง จะทำให้ผู้ป่วยเพลียและหลับง่าย ซึ่งการนอนหลับ มีคำแนะนำให้เปิดไฟให้สว่างในเวลากลางวัน จะทำให้ผู้ป่วยหลับในเวลากลางคืน

2.3-Workout-630x360

การป้องกัน รักษาและชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงความเครียด เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และมีกิจกรรมสังคม กับญาติมิตร เพื่อนฝูง  ควรฝึกฝนการใช้สมอง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้ การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ต้องให้ความเข้าใจ เห็นใจ ว่าผู้ป่วยไม่ได้ตั้งใจที่จะก้าวร้าว หงุดหงิดอย่างที่เราเห็น แต่เกิดจากตัวโรคเอง ควรจัดห้องหรือบ้านให้น่าอยู่ สะอาด สดใส ในรายที่มีอาการเริ่มจะดูแลยาก เช่น ก้าวร้าวมาก เอะอะโวยวาย สับสนมาก มีอาการทำร้ายผู้อื่นหรือ เดินออกนอกบ้านบ่อยๆ ควรพาไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างจริงจังต่อไป

 

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้