3.1-foot

โรคน้ำกัดเท้า

น้ำกัดเท้าหรือที่รู้จักในชื่อ “ฮ่องกงฟู้ต” เป็นโรคที่พบได้บ่อยและยากที่จะหลีกเลี่ยงเมื่อเกิดภาวะน้ำท่วม ซึ่งส่งผลให้ผู้ประสบภัยมีความจำเป็นต้องย่ำเท้าลุยน้ำ หรือเดินท่ามกลางน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เพื่อเคลื่อนย้ายข้าวของ และไปรับเครื่องอุปโภคบริโภค หรือเพื่อการอพยพไปหาที่พักพิงใหม่ โรคน้ำกัดเท้า มีสาเหตุสำคัญจากการติดเชื้อราบริเวณผิวหนังเนื่องจากผิวหนังมีความเปื่อยยุ่ยเมื่อต้องแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน พบบ่อยในบริเวณผิวหนังที่มีความอับชื้นมาก โดยเฉพาะบริเวณง่ามนิ้ว ทั้งนิ้วเท้าและนิ้วมือ

อาการของผู้ป่วย หลังผู้ป่วยย่ำน้ำหรือเดินลุยน้ำ ได้นานสัก 2-3 วัน ผิวหนังบริเวณง่ามนิ้วเท้าจะมีลักษณะลอกและเปื่อยยุ่ย จากนั้นอาจมีการติดเชื้อราซึ่งชอบอาศัยอยู่ในที่อับชื้นตามมา ผิวหนังที่ติดเชื้ออาจเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำและมีอาการคันร่วมด้วย ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้หลังจากติดเชื้อราบริเวณเท้าคือ การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ซึ่งอาจมีลักษณะเป็นแผลพุพองหรือเป็นฝีหนอง

3.2-foot

การรักษา โรคน้ำกัดเท้า รักษาให้หายได้ไม่ยาก ยาสำคัญที่ใช้ในการรักษาคือ ยาฆ่าเชื้อราชนิดทาเฉพาะที่  ซึ่งต้องใช้นาน 7-10 วัน การรักษาดังกล่าวควรทำควบคู่ไปกับการทำความสะอาดเท้าและง่ามนิ้วเท้าด้วยน้ำและสบู่ จากนั้นเช็ดให้แห้ง และหลีกเลี่ยงการย่ำเท้าหรือเดินลุยน้ำอีกสักระยะหนึ่ง เพราะอาจทำให้โรคไม่หายขาดหรือเกิดการติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาอีก กรณีติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียเฉพาะที่และยาฆ่าเชื้อชนิดรับประทาน ควบคู่กันไปด้วย

การป้องกันโรคน้ำกัดเท้า สามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการเดินย่ำน้ำหรือเดินลุยน้ำท่วมขังเป็นเวลานานๆ กรณีจำเป็นต้องเดินลุยน้ำท่วมขัง  ก็ควรสวมรองเท้าบู้ท ที่สามารถป้องกันน้ำเข้ามาสู่เท้าได้ อาจมีความยาวพอสมควรหรือสวมรองเท้าบู้ทเหนือเข่า เพื่อป้องกันน้ำเข้าได้อย่างสมบูรณ์แบบและต้องแน่ใจว่ารองเท้านั้นไม่รั่วซึม ป้องกันน้ำเข้าได้  รวมทั้งการล้างเท้าให้สะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อนและเช็ดให้แห้งทุกครั้งหลังจากเดินลุยน้ำท่วมขังนั้นมาแล้ว

3.3-foot

แม้โรคน้ำกัดเท้าจะไม่ใช่โรคติดต่อร้ายแรงแต่เกิดขึ้นเฉพาะบุคคล ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการดำเนินชีวิตประจำวัน อาจไม่ใช่แค่การเดินลุยน้ำเพียงอย่างเดียว แต่การใส่รองเท้าที่ไม่สามารถถ่ายเทอากาศได้ดี ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกันที่ทำให้เกิดน้ำกัดเท้าได้ เช่นรองเท้าเซฟตี้ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

 

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้