2.1

กระชายเหลือง ..สรรพคุณลือเลื่องสำหรับคนรักสุขภาพ

หากเอ่ยถึงกระชาย หลายคนคงนึกถึงเครื่องแกงหอมหวนชวนรับประทาน หรือน้ำยาขนมจีนแสนอร่อย กระชายที่คนทั่วไปรู้จักจะมีสีเหลืองอ่อนๆ ลักษณะเรียวยาวเหมือนนิ้วมือ มักมีขายทั่วไปตามแผงขายผักสวนครัว เพราะกระชายเหลืองเป็นเครื่องปรุงคู่ครัวไทยมาอย่างยาวนานและด้วยมีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้คนโบราณรู้จักวิธีนำกระชายเหลืองมาใช้ประโยชน์อย่างหลากหลายและสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดยเฉพาะด้านการป้องกันรักษา ทำให้มีการนำไปใช้เป็นสมุนไพรและปรุงเป็นยารักษาโรคที่รู้จักมักคุ้นกันตลอดมา

ลักษณะโดยทั่วไป

กระชายเหลืองหรือกระชายขาว (Finger Root, Chinese Ginger) หรือขิงจีน เป็นสมุนไพรที่ปลูกในประเทศจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระชายมี 3 ชนิด คือ กระชายดำ กระชายแดง และกระชายเหลือง ซึ่งเป็นพืชล้มลุก ไม่มีลำต้น มีเหง้าใต้ดินและแตกรากออกมาเป็นกระจุก อวบน้ำ ใบเดี่ยวเรียงสลับเป็นระนาบเดียวกัน ตรงกลางด้านในของก้านมีร่องลึก ช่อดอกออกแทรกอยู่ระหว่างกาบใบที่โคนต้น กลีบดอกสีขาวหรือชมพูอ่อน มีใบประดับรูปหอกสีม่วงแดง

2.2

สรรพคุณของเหง้า

ช่วยบำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยแก้ลมวิงเวียน แน่นหน้าอก บำรุงกำลัง เสริมสมรรถภาพทางเพศ บำบัดโรคนกเขาไม่ขันหรือโรคอีดี (Erectile Dysfunctional หรือ ED) ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยบำรุงกระดูกทำให้กระดูกไม่เปราะบาง ปรับสมดุลของฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย บำรุงกำหนัด แก้อาการกามตายต้าน บำรุงสมอง(ช่วยทำให้เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางได้ดีมากขึ้น) ปรับสมดุของความดันโลหิตในร่างกาย ช่วยลดความดันโลหิตเมื่อความดันโลหิตสูง และเมื่อหากความดันโลหิตต่ำก็จะช่วยให้เพิ่มขึ้นจนเป็นปกติ ช่วยแก้ฝ้าขาวในปาก แก้อาการปวดท้อง มวนท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้อาการท้องร่วง ท้องเดิน แก้บิด รักษาอาการท้องเดินในเด็ก บำรุงตับและไตให้แข็งแรง ช่วยรักษาโรคไต ช่วยทำให้ไตทำงานได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันไทรอยด์เป็นพิษ รักษาอาการกระเพาะปัสสาวะเกร็ง ช่วยแก้อาการไส้เลื่อนในเพศชาย บำรุงมดลูกของสตรี ป้องกันไม่ให้มดลูกโต แก้อาการตกขาว ช่วยขับระดูขาวของสตรี ช่วยขับน้ำคาวปลาของสตรีหลังคลอดบุตร ใช้เป็นยารักษาริดสีดวงทวาร ช่วยบำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรง รักษาขี้กลากเกลื้อน ช่วยต้านเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนังและโรคในช่องปาก มีสารที่ออกฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ทำให้ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ มีสารออกฤทธิ์ทำให้อนุมูลอิสระเป็นกลางทำให้ลดความเสียหายของการเกิดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ช่วยต้านการอักเสบ ต้านการเสื่อมของกระดูกอ่อน ต้านเชื้อที่ทำให้เกิดโรคมาลาเลีย ต้านการเจริญเติบโตของเชื้อ Giardia intestinalis ซึ่งเป็นพยาธิเซลเดียวในลำไส้ที่ก่อให้เกิดภาวะท้องเสียในผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง และในกระชายมีสารที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียได้หลายชนิด

2.3 (Custom)

สรรพคุณของใบ

ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ ช่วยแก้โรคปากและคอ(ปากเปื่อย ปากแห้ง ปากเป็นแผล) ช่วยถอนพิษต่างๆ

สรรพคุณของราก

ช่วยรักษาอาการท้องเดินในเด็ก แก้โรคกระเพาะ แก้อาการบิดมูกเลือด ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้อาการปัสสาวะพิการ แก้อาการปวดเมื่อย รักษาขี้กลากเกลื้อน รักษาโรคน้ำกัดเท้า แก้อาการคันศีรษะ รักษาฝี

วิธีการนำไปใช้

1.ช่วยบำรุงหัวใจ : นำเหง้าและรากของกระชาย นำมาปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาหั่นตากแห้ง แล้วบดจนเป็นผง และนำผงที่ได้ 1 ช้อนชาชงน้ำร้อนดื่มครั้งละครึ่งถ้วย

2.ช่วยแก้ฝ้าขาวในปาก : นำกระชายที่ล้างสะอาดมาบดแบบไม่ต้องปอกเปลือก แล้วปั่นพอหยาบ นำมาใส่วดปิดฝาแช่ไว้ในตู้เย็น แล้วกินก่อนอาหารครั้งละ 1 ช้อนชาเล็ก วันละ 3 มื้อก่อนอาหาร ประมาณ 15 นาที สัก 1 อาทิตย์

3.แก้อาการปวดท้อง มวนท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ : ใช้เหง้าและรากประมาณ ครึ่งกำมือ ถ้าสดให้ใช้ประมาณ 5-10 กรัม แต่ถ้าเป็นแห้งให้ใช้ประมาณ 3-5 กรัม แล้วนำมาต้มเอาน้ำดื่มแก้อาการ หรือนำมาปรุงอาหารรับประทานก็ได้เช่นกัน

2.4 (Custom)

4.อาการท้องร่วง ท้องเดิน แก้บิด : ใช้เหง้าสดประมาณ 1-2 เหง้า นำไปปิ้งไฟ แล้วนำมาฝนหรือตำผสมกับน้ำปูนใส หรือคั้นให้ข้นๆ แล้วนำมารับประทาน ครั้งละ 1-2 ช้อนชา

5.รักษาอาการกระเพาะปัสสาวะเกร็ง : รับประทานร่วมกับเม็ดบัวที่ต้มแล้ว

6.ใช้เป็นยารักษาริดสีดวงทวาร : ใช้เหง้าสดประมาณ 60 กรัม (6-8 เหง้า) นำมาผสมกับเสื้อมะขามเปียกประมาณ 60 กรัม เกลือแกง 3 ช้อนแกง และนำมาตำ นำไปต้มกับน้ำ 6 แก้ว แล้วเคี่ยวจนเหลือ 2 แก้ว นำมารับประทานครั้งละครึ่งแก้วก่อนนอน ติดต่อกันประมาณ 1 เดือนจนกว่าจะหาย

7.ช่วยแก้อาการปวดเมื่อย : นำรากหรือเหง้าแก่ๆ นำมาหั่นเป็นแว่นบางๆ แล้วนำไปตากแห้ง นำมาชงกับน้ำดื่ม

8.รักษาโรคน้ำกัดเท้า : ใช้รากกระชายทั้งเปลือกมาล้างแล้วฝึ่งให้แห้ง ฝานเป็นแว่นๆ แล้วนำมาบดให้เป็นผงหยาบๆ ใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวมาอุ่นในหม้อใบเล็กๆ เติมผงกระชายที่เตรียมไว้ ใช้น้ำมัน 3 เท่าของปริมาณกระชาย แล้วนำมาหุงด้วยไฟอ่อนๆ ราว 15-20 นาที แล้วกรองกระชายออก เก็นน้ำมันไว้ในขวดแก้วสีชานำมาใช้ทาบริเวณที่เป็น

9.ช่วยแก้อาการคันศีรษะ : นำน้ำมันจากข้อ 8 มานวดศีรษะ

10.รักษาฝี : นำเหง้ากับรากมาตำให้ละเอียด แล้วนำมาทาหัวฝีที่บวมจะทำให้หายเร็วขึ้น

ใครว่ากระชายเหลืองจะเป็นเพียงพืชพรรณธรรมดาเท่านั้น หากคุณได้อ่านรายละเอียดลึกซึ้งเหล่านี้ รับรองค่ะว่าความคิดจะเปลี่ยนไปแน่นอน เพราะฉะนั้น เพื่อสุขภาพที่ดีต้องหมั่นหากระชายเหลืองมาทานกันบ่อยๆ แล้วนะคะ รับประกันได้เลยว่าสุขภาพของคุณจะต้องดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อแน่นอนค่ะ

 

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้